
ทหารเขมร – ไทย ปะทะรอบสองที่ภูมะเขือ ด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร ผวจ.ศรีสะเกษ เร่งระดมความช่วยเหลือชาวบ้านที่อพยพหนีภัยสงครามกว่า 3,000 คน สั่งปิดช่องสะงำ และอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารชั่วคราว มีทัวร์ไทยติดอยู่ในกัมพูชากว่า 30 คน
เวลา 06.25 น.วันที่ 5 ก.พ.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาที่ช่องโดนอาว อยู่ใกล้กับภูมะเขือ ด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร ซึ่งทหารทั้งสองฝ่ายได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงปะทะกันนานประมาณ 30 นาที เสียงปืนจึงได้สงบลง
ซึ่งผลจากการปะทะกันในครั้งนี้ปรากฎว่า มีทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย ชื่อ ส.อ.รุชรินทร์ ชาติคำดี สังกัด พัน ร.162 จ.ยโสธร โดนสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะ สมองไหล เสียชีวิตคาที่ และมีทหารที่ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือ พลฯ ธวัชชัย ศรีวิเศษ และทหารพรานสงคราม ธุรชัย โดยทหารพรานสงครามได้รับบาดเจ็บโดนสะเก็ดระเบิดที่หน้าอก ส่วนพลฯ ธวัชชัย ได้รับบาดเจ็บที่เข่าขวา ซึ่งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดถูกส่งไปที่ รพ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อให้แพทย์รักษาพยาบาลและชันสูตรศพต่อไป
ต่อมาเวลา 08.00 น.วันเดียวกัน ที่บริเวณบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายโชคชัย สายแก้ว นายก อบต.เสาธงชัย ได้สั่งให้รถดับเพลิงมาทำการฉีดน้ำดับไฟที่ไหม้บ้านเรือนของชาวบ้าน ซึ่งถูกไหม้ทั้งหลัง เนื่องจากถูกกระสุนปืนใหญ่ขงกัมพูชา เมื่อวานนี้ และขณะนี้ไฟกำลังลุกกรุ่นอยู่ ส่วนชาวบ้านภูมิซรอลทั้งหมดได้พากันอพยพไปอยู่ที่ศูนย์อพยพบริเวณหอประชุมที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ ทั้งหอประชุมใหม่และเก่าจนล้นหอประชมทั้งสองแห่ง และต้องมีการขยายพื้นที่ในการรองรับผู้อพยพไปอยู่ที่หอประชุมวิทยาลัยการอาชีพกันทรลักษ์ หอประชุมที่ว่าการ อ.ศรีรัตนะ หอประชุม ร.ร.บ้านท่าสว่าง และศีรษะอโศก ซึ่งขณะนี้มีผู้อพยพหนีภัยสงคราม ประมาณ 3,000 คนเศษ
ต่อมาเวลา 08.15 น.พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ทหารสังกัดกองกำลังสุรนารีจำนวนมาก พร้อมอาวุธหนัก ให้เคลื่อนกำลังไปเสริมกำลังเพิ่มเติมที่บริเวณภูมะเขือ ด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร และที่บริเวณช่องโดนอาว ซึ่งเป็นที่ที่มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง ขณะเดียวกันหลายส่วนราชการของ จ.ศรีสะเกษ ได้นำเอารถยนต์ไปรับชาวบ้านที่ยังตกค้างอยู่และยังออกมาไม่ได้ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากที่มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา เพื่ออพยพชาวบ้านให้มารวมกันอยู่ที่ศูนย์อพยพที่ทางราชการจัดไว้ เพื่อความปลอดภัย
เวลา 08.30 น.ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชา ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ปรากฏว่า ทางราชการได้มีการสั่งปิดช่องสะงำเป็นการชั่วคราว ห้ามไม่ให้ประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชาผ่านเข้าออก เนื่องจากสถานการณ์ที่มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาที่บริเวณเขาพระวิหาร
ซึ่งจากการปิดด่านช่องสะงำในครั้งนี้ ปรากฏว่า ได้ทำให้คณะทัวร์ของคนไทยจาก จ.อุบลราชธานี จำนวนประมาณ 30 คน ติดค้างอยู่ในเขตกัมพูชา ที่ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ซึ่งยังไม่ทราบว่ากลุ่มทัวร์คนไทยดังกล่าวจะสามารถเข้ามาในเขตแดนไทยได้ในช่วงวัน เวลาใด
ขณะเดียวกัน ที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการสั่งปิดเป็นการชั่วคราวแต่อย่างใด แต่ปรากฏว่า ไม่มีนักท่องเที่ยวคนใดกล้าที่จะขึ้นไปเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารแต่ย่างใด เนื่องจากเกรงว่าอาจจะได้รับอันตรายจากการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา
ขณะที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ได้มีทหารไทยพร้อมอาวุธปืนครบมือเต็มอัตรา ตั้งด่านตรวจเข้ม เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มที่ มีเพียงรถทหารที่บรรทุกกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งเสบียงอาหารเท่านั้นที่ผ่านขึ้นลงตลอดเวลา
เวลา 08.45 น.นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ศรีสะเกษ ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำการสำรวจความเสียหายอาคารบ้านเรือน สถานที่ราชการที่ได้รับความเสียหายจากการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ขณะที่ พ.ต.ท.ทิพย์พงษ์ ทิพย์เกสร สารวัตรใหญ่ สภ.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ และ ร.ต.อ.ไพรวัลย์ อายุวงค์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ศรีสะเกษ พร้มด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงมะลู และ สภ.โดนอาว ออกตรวจสอบดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในเขต ต.เสาธงชัย และทุกหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ด้าน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินของชาวบ้านที่ทิ้งบ้านเรือน ทรัพย์สินเอาไว้ และอพยพหนีภัยสงครามไปอยู่ที่ศูนย์อพยพของทางราชการ
นายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนัน ต.เสาธงชัย กล่าวว่า จากการสำรวจบ้านเรือนของชาวบ้าน พบว่า มีบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย เนื่องจากถูกกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชา ปรากฏว่า มีบ้านเรือนถูกไฟไหม้ทั้งหลัง จำนวน 7 หลัง และบ้านเรือนเสียหายเป็นบางส่วน หลังคาและฝาบ้านพังเสียหายเล็กน้อย และตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เมื่อช่วงเวลา 20.00 น.ของคืนที่ผ่านมา ได้มีทหารกัมพูชา จำนวนประมาณ 200 นาย บุกเข้ามาที่บริเวณเขื่อนห้วยขนุน ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ แต่ว่าถูกทหารไทยยิงปะทะสกัดเอาไว้ได้
เวลา 06.25 น.วันที่ 5 ก.พ.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาที่ช่องโดนอาว อยู่ใกล้กับภูมะเขือ ด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร ซึ่งทหารทั้งสองฝ่ายได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงปะทะกันนานประมาณ 30 นาที เสียงปืนจึงได้สงบลง
ซึ่งผลจากการปะทะกันในครั้งนี้ปรากฎว่า มีทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย ชื่อ ส.อ.รุชรินทร์ ชาติคำดี สังกัด พัน ร.162 จ.ยโสธร โดนสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะ สมองไหล เสียชีวิตคาที่ และมีทหารที่ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือ พลฯ ธวัชชัย ศรีวิเศษ และทหารพรานสงคราม ธุรชัย โดยทหารพรานสงครามได้รับบาดเจ็บโดนสะเก็ดระเบิดที่หน้าอก ส่วนพลฯ ธวัชชัย ได้รับบาดเจ็บที่เข่าขวา ซึ่งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดถูกส่งไปที่ รพ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อให้แพทย์รักษาพยาบาลและชันสูตรศพต่อไป
ต่อมาเวลา 08.00 น.วันเดียวกัน ที่บริเวณบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายโชคชัย สายแก้ว นายก อบต.เสาธงชัย ได้สั่งให้รถดับเพลิงมาทำการฉีดน้ำดับไฟที่ไหม้บ้านเรือนของชาวบ้าน ซึ่งถูกไหม้ทั้งหลัง เนื่องจากถูกกระสุนปืนใหญ่ขงกัมพูชา เมื่อวานนี้ และขณะนี้ไฟกำลังลุกกรุ่นอยู่ ส่วนชาวบ้านภูมิซรอลทั้งหมดได้พากันอพยพไปอยู่ที่ศูนย์อพยพบริเวณหอประชุมที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ ทั้งหอประชุมใหม่และเก่าจนล้นหอประชมทั้งสองแห่ง และต้องมีการขยายพื้นที่ในการรองรับผู้อพยพไปอยู่ที่หอประชุมวิทยาลัยการอาชีพกันทรลักษ์ หอประชุมที่ว่าการ อ.ศรีรัตนะ หอประชุม ร.ร.บ้านท่าสว่าง และศีรษะอโศก ซึ่งขณะนี้มีผู้อพยพหนีภัยสงคราม ประมาณ 3,000 คนเศษ
ต่อมาเวลา 08.15 น.พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ทหารสังกัดกองกำลังสุรนารีจำนวนมาก พร้อมอาวุธหนัก ให้เคลื่อนกำลังไปเสริมกำลังเพิ่มเติมที่บริเวณภูมะเขือ ด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร และที่บริเวณช่องโดนอาว ซึ่งเป็นที่ที่มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง ขณะเดียวกันหลายส่วนราชการของ จ.ศรีสะเกษ ได้นำเอารถยนต์ไปรับชาวบ้านที่ยังตกค้างอยู่และยังออกมาไม่ได้ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากที่มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา เพื่ออพยพชาวบ้านให้มารวมกันอยู่ที่ศูนย์อพยพที่ทางราชการจัดไว้ เพื่อความปลอดภัย
เวลา 08.30 น.ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชา ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ปรากฏว่า ทางราชการได้มีการสั่งปิดช่องสะงำเป็นการชั่วคราว ห้ามไม่ให้ประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชาผ่านเข้าออก เนื่องจากสถานการณ์ที่มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาที่บริเวณเขาพระวิหาร
ซึ่งจากการปิดด่านช่องสะงำในครั้งนี้ ปรากฏว่า ได้ทำให้คณะทัวร์ของคนไทยจาก จ.อุบลราชธานี จำนวนประมาณ 30 คน ติดค้างอยู่ในเขตกัมพูชา ที่ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ซึ่งยังไม่ทราบว่ากลุ่มทัวร์คนไทยดังกล่าวจะสามารถเข้ามาในเขตแดนไทยได้ในช่วงวัน เวลาใด
ขณะเดียวกัน ที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการสั่งปิดเป็นการชั่วคราวแต่อย่างใด แต่ปรากฏว่า ไม่มีนักท่องเที่ยวคนใดกล้าที่จะขึ้นไปเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารแต่ย่างใด เนื่องจากเกรงว่าอาจจะได้รับอันตรายจากการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา
ขณะที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ได้มีทหารไทยพร้อมอาวุธปืนครบมือเต็มอัตรา ตั้งด่านตรวจเข้ม เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มที่ มีเพียงรถทหารที่บรรทุกกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งเสบียงอาหารเท่านั้นที่ผ่านขึ้นลงตลอดเวลา
เวลา 08.45 น.นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ศรีสะเกษ ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำการสำรวจความเสียหายอาคารบ้านเรือน สถานที่ราชการที่ได้รับความเสียหายจากการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ขณะที่ พ.ต.ท.ทิพย์พงษ์ ทิพย์เกสร สารวัตรใหญ่ สภ.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ และ ร.ต.อ.ไพรวัลย์ อายุวงค์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ศรีสะเกษ พร้มด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงมะลู และ สภ.โดนอาว ออกตรวจสอบดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในเขต ต.เสาธงชัย และทุกหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ด้าน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินของชาวบ้านที่ทิ้งบ้านเรือน ทรัพย์สินเอาไว้ และอพยพหนีภัยสงครามไปอยู่ที่ศูนย์อพยพของทางราชการ
นายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนัน ต.เสาธงชัย กล่าวว่า จากการสำรวจบ้านเรือนของชาวบ้าน พบว่า มีบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย เนื่องจากถูกกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชา ปรากฏว่า มีบ้านเรือนถูกไฟไหม้ทั้งหลัง จำนวน 7 หลัง และบ้านเรือนเสียหายเป็นบางส่วน หลังคาและฝาบ้านพังเสียหายเล็กน้อย และตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เมื่อช่วงเวลา 20.00 น.ของคืนที่ผ่านมา ได้มีทหารกัมพูชา จำนวนประมาณ 200 นาย บุกเข้ามาที่บริเวณเขื่อนห้วยขนุน ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ แต่ว่าถูกทหารไทยยิงปะทะสกัดเอาไว้ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น